Home ข้อคิดเตือนใจ “แม้เงินจะสำคัญ” แต่ก็ซื้อสมองให้ลูกไม่ได้ อย่ายัดเยี ย ดการศึกษาให้ลูกมากไป

“แม้เงินจะสำคัญ” แต่ก็ซื้อสมองให้ลูกไม่ได้ อย่ายัดเยี ย ดการศึกษาให้ลูกมากไป

2 second read
0

ก็พอเข้าใจนะว่า…

ทุกวันนี้การศึกษา คือ “ อนาคต ” ความหวังที่จะช่วยพลิกโอกาสให้ลูกคุณมีอนาคตที่ดี

หลายๆ ครอบครัวจึงทุ่มเททุกสิ่งอย่ างที่มีทั้งเงินและเวลา เพื่อแลกกับการให้ลูกได้เรียน

ในโรงเรียนดี ๆ ที่มีราคาสูง ส่งลูกเข้าคอสติวสอนพิเศษต่าง ๆ มากมาย จนลืมคิดไปว่า…

จริง ๆ แล้ว เราควรพัฒนาทักษะด้านอื่นควบคู่กันไปด้วย

-ตอนที่ลูกอายุได้ 2 ขวบ

เราส่งลูกเข้าเรียน “ เนอสเซอรี่ ” หมดค่าใช้จ่ายไปปีละ 8 หมื่น

เพียงแค่คิดว่ากลั วเขาจะพัฒนาไม่ทันเพื่อน เรียนไม่ทันเพื่อน ๆ

กลายเป็นว่าเราส่งลูกไปติดห วั ด ที่โรงเรียน เพราะเด็ กในวัยนี้

ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงพอ ไหนจะเสี่ ย งที่จะต้องเจอกับพี่เลี้ยง

ที่ไม่ดี สอนแบบผิด ๆ อีก กลายเป็นพฤติกร ร ม ตัวอย่ างที่ซึมซับ มาโดยไม่รู้ตัว

-เมื่อลูกเข้าอนุบาล ยันประถม

เราจัดเต็ม ทั้งใน นอกหลักสูตร ต้องกวดวิชาเพื่อเตรียมสอบ

เข้า ป.1 และ เสริมด้วยคณิตศาสตร์ เรียนว่ายน้ำ เล่นไวโอลิน

ส่งเรียนภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น บลาๆ เพราะกลัวว่าลูกจะเรียน

ไม่เก่ง กลัวจะน้อยหน้าข้างบ้าน แต่จริง ๆ แล้วหารู้ไม่ว่า ….

“ จิตนาการ ” ต่างหาก คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะนำพาให้ลูก

คุณเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จได้ในอนาคต

แต่คุณกำลังบังคับให้เขาเรียนโน้น ทำนี่ ฝึกนั่นนี่ ซึ่งมันเป็น

การปิดกั้ นพัฒนาการในด้าน “ จินตนาการ ” และการฝึกคิด

ของลูกไปโดยอั ตโนมัติ เรามัวแต่กลัวว่าลูกจะไม่เก่ง แต่ไม่

เคยถามความรู้สึกของลูกเลยว่า จริง ๆแล้วเขาฝันอย ากเป็น

อะไร หรือเพียงแค่เพราะเราแค่ยัดเยียดความฝันที่เรานั้นทำ

มันไม่สำเร็จ อย่ าเอาความล้ มเหลวที่เราทำให้พ่อแม่ผิดหวัง

ไปไว้ที่ลูก เพื่อให้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จเพื่อมาชดเชย

“ ป ม ” ความล้ ม เห ล วในอดีตของเรา

-ในวัยมัธยมอมเปรี้ยว

คราวนี้หนักเลย เพื่อที่ลูกเราจะสอบให้ได้คะแนนดี เพื่อให้

ในการเข้ามหาลัยที่ดี ๆ ดัง ๆ ได้ ก็เลยส่งลูกไปเรียนพิเศษ

ทุกเย็นหลังเลิกเรียน เสาร์ อาทิตย์ จัดเต็มวันไปเลย พอปิด

เทอมก็ไม่มีพัก ส่งลูกเรียนซัมเมอร์ต่างประเทศ ไปยุโรป

ออสเตรลีย บลาๆ และบางทีลูกเราก็ไม่ได้อย ากไป มีแต่

พ่อแม่นี่แหละที่อย ากให้เขาไป บางบ้านนะหมดเงินปีละ

ประมาณ 6-7 แสนเลย เพียงเพื่อให้ลูกได้เรียนในสิ่งที่คิด

ว่าดี ลูกยังไม่ทันได้เข้ามหาลัยเลย กดไปเป็นสิบล้านแล้ว

ถึงวัยทำงาน คือโลกแห่งความเป็นจริง

พอลูกเรียนจบก็คาดหวังว่า ลูกฉันเลี้ยงมาอย่ า งพิเศษ

ใส่ไข่ เพิ่มข้าว เพิ่มน้ำให้กินอิ่ม นอนอุ่น ดังนั้น จะจ้างลูกฉัน

มันก็ต้องแพงกว่าคนอื่นสิ… นี่ส่งเรียนหมดไปสิบล้านกว่า

เลยนะ และปัญหาก็คือ คุณค่าของใบปริญญาที่พ่อแม่กับ

นายจ้างมองมันไม่เท่ากัน

พ่อแม่ชาวไทย

ตีค่าใบปริญญาลูกรักสูงมาก เพราะเราอยู่ในกระบวนการ

จ่ายเงินจริง ด้วยราคาสูงอย่ างย ากลำบากมายาวนานกว่า 20 ปี

นายจ้าง

กลับตีค่าไม่สูงเท่าพ่อแม่ กลับมีคำถามใหญ่ ๆ 3 คำถาม คือ

1.ลูกคุณทำอะไรเป็นบ้าง

2.ลูกคุณเคยทำอะไรสำเร็จมาบ้าง

3.ลูกคุณจะมาสร้างความสำเร็จอะไรให้ที่นี่

อ ย่ า ลืมว่ายุคนี้ คือ ยุคที่เปิดกว้าง…

คนอินเดีย… พร้อมบินมาทำงานที่กรุงเทพ แถมยังเขียน

โปรแกรมเก่งยังกับคลอดออกมาจากคอมพิวเตอร์เลย ทั้ง

ยังขยันขันแข็ง ราวกับหุ่น ย นต์อีกด้วย

คนฟิลิปปินส์ อินโด มาเลย์… พร้อมจะบินมาทำงานที่กรุงเทพ

พวกเขาเก่งภาษาอังกฤษ ลอจิกดี คุมงานเป็นหัวหน้าโปรเจคต์

พรีเซนต์ดี ไม่แพ้ฝรั่ง

คนจีน… ไม่ต้องพูดถึง เรื่องความขยันนี่ ต้องยกให้เขาเลย

ความขยันอ่าน ขยันขายของ ขยันพบลูกค้า ใจสู้มาก เขา

ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ขนาดโดนด่ าก็ยังไม่ยุบ คนพวกนี้

คือ ยอดเซลล์แมน แต่กับคนไทย ปริญญามหาลัยมันเริ่ม

จะเบลอ ๆ ไม่ศักดิ์สิทธิ์ เหมือนรุ่นพ่อแม่ แน่นอนว่าย่อมมี

บางคนได้ไปต่อเจริญรุ่งเรืองโกอินเตอร์ แต่ก็มีจำนวนมาก

ที่แป้ก ตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นเดียวกัน…

Load More Related Articles
Load More By kondee
Load More In ข้อคิดเตือนใจ

Check Also

จะจัดการยังไงดีนะ หากเงินเก็บก็อยากมี หนี้ก็ต้องจ่าย

เชื่อว่ามี หลาย ๆ คนที่ต้องพบเจอกับปัญหาที่ว่า ทำงานแล้ … …