Home ข้อคิดเตือนใจ 7 เรื่องดีๆ ที่ช่วยให้มีเงินเหลือเก็บ เหลือใช้ไม่ขาดมือ

7 เรื่องดีๆ ที่ช่วยให้มีเงินเหลือเก็บ เหลือใช้ไม่ขาดมือ

5 second read
0

เหล่ามนุษย์เงินเดือนอย่ างเราๆ หลายๆคนคงกำลังเผชิญกับปัญหาใช้เงินเดือนชนเดือนอยู่บ่อยครั้ง

อย่ าถามหาเงินเก็บให้ช้ำใจเลย เพราะแค่เงินจะใช้ในแต่ละเดือนก็ยังจะไม่พอเลย บางเดือนยังไม่ทัน

ถึงสิ้นเดือนเงินก็หมดไปซะแล้ว บางทีก็อย ากจะมีเงินเก็บเหมือนเขาบ้าง แต่ก็ทำไม่เคยได้ เลยได้แต่

คิดวนไปวนมาซ้ำๆร้อยๆรอบ  และวันนี้เรามี 7 เคล็ดลับดี ๆ ที่ช่วยให้มีเหลือเงินเก็บตอนสิ้นเดือนมาฝาก

เพียงแค่คุณมีใจสู้ และมุ่งมั่นที่จะทำมัน เท่านี้ก็สำเร็จไปครึ่งทางแล้ว มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. เลิกนิสัยชอบกินจุกจิ ก

เคยคิดไหมว่าเราสู ญเสี ยกันไปเท่าไร กับพวกขนมจุกจิกต่างๆที่กินในแต่ละวัน

ไหนจะขนมขบเคี้ยว เค้กเอย ชา กาแฟเอย น้ำ อั ด ล ม ลูกชิ้นปิ้งเอย เผลอ ๆ นะ

อาจจะมากกว่าค่าข้าวในแต่ละมื้อด้วยซ้ำ ถ้าคุณสามารถเลิกตรงจุดนี้ได้นะ คุณก็

จะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้น แถมยังสุขภ าพ ดี ไม่อ้ วนอีกด้วย ถ้าหากคุณหิวระหว่างวัน

อาจจะเลือกทานเป็นผลไม้แทน หรือรับของว่างเป็นเวลาไปเลย ไม่ซื้อจุกจิกทั้งวัน

เพราะจะทำให้คุณเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก โดยที่คุรอาจจะไม่รู้ตัว

2. แบ่งเงินเป็นสั ดส่วนไว้ตั้งแต่ต้นเดือนเลย

อีกหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้คุณไม่มีเงินเก็บ อาจมาจากการที่เมื่อได้รับเงินเดือนมาแล้ว

ไม่มีการวางแผนหรือจัดเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายให้เป็นสั ดเป็นส่วน พอมารู้ตัวอีกทีก็ใช้

เพลิน จนเงินเกลี้ยงกระเป๋าไปแล้ว ลองปรับใหม่ดูนะ พอคุณได้รับเงินเดือนมาแล้ว คุณ

ต้องแยกค่าใช้จ่ายประจำในแต่ละเดือนไว้เลยว่ามีอะไรบ้าง อย่ างเช่น ค่าที่พัก ค่าเดินทาง

ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซื้อของใช้ส่วนตัว ค่าโทรศั พท์ ฯลฯ เพื่อที่เราจะได้คำนวณได้ว่าในแต่ละเดือนนั้น

เราเหลือเงินอยู่เท่าไหร่ และจะได้วางแผนในการออมเงินถูก หรือถ้าไม่เหลือเลยก็จะได้จัดสรรเงินใหม่ให้ลงตัวกว่าเดิม

3. มองหาของที่จัดโปรล ด รา คา

คุณควรจดรายการของที่จำเป็นที่ต้องซื้อ จำพวกสบู่ ย า สี ฟั น และของใช้ส่วนตัวเอาไว้

เวลาจะซื้อสินค้าลองเดินเช็ คราค าในตลาด เปรียบเทียบราค า คุณภาพ ปริมาณก่อนจะตัดสินใจ

ยิ่งเดี๋ยวนี้ร้านค้าแข่งกันจัด โป รโ มชั่ น กระหน่ำ ล ด ร า ค า เรียกลูกค้ากันทุกร้าน คุณจึงไม่

จำเป็นต้องจ่ายราคาเต็ม ส่วนลดเล็กน้อยเหล่านั้นพอมารวมกันคุณก็จะมีเงินเก็บมากขึ้นนั่นเอง

4. ตั ดใจไม่ช้อปปิ้ง

เมื่อถึงวันที่เงินเดือนออกหัวใจก็จะพองโต เจอของถูกใจเป็นไม่ได้ เหมือนโดนดู ดวิ ญญา ณ

บางทีซื้อเสร็จ พอกลับมาถึงบ้ าน มานั่งคิดนี่ฉันซื้ออะไรมาอีกแล้ว ซื้อมาทำไมว้า พอถึงสิ้นเดือน

ก็แทบจะร้องไห้ ชีวิตวนลูปไปมาอยู่แบบนี้ เรามาเริ่มตั้งสติก่อนสตาร์ทกันใหม่นะคะทุกคน

บอกตัวเองให้ตั ดใจ เพราะเสื้อผ้าในตู้บางตัวซื้อมายังไม่เคยใส่เลย เครื่องสำอางซื้อจนแทบจะ

ไม่มีที่วางแล้ว อะไรที่มันไม่จำเป็นเราก็ยังไม่ต้องซื้อ ลองตั้งเป้า หม ายใหม่เพื่อเป็นแรงจูงใจ เช่น

สิ้นปีฉันจะซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ให้ตัวเองสักชิ้น หรือถ้าใครอดใจไม่ได้จริง ๆ อาจจะลดจากซื้อทุกเดือน

มาเป็นเดือนละชิ้นแล้วค่อย ๆ ลดลงมาเรื่อย ๆ แบบนี้หัวใจคุณก็จะเริ่มสตรองไม่หวั่นแม้ต้องเดินผ่านร้าน

5. เดินแทนการนั่งรถ

ถ้าในระยะทางใกล้ ๆนะ  อย่ างเช่น จากที่ทำงานออกมาป้ายรถเมล์ หรือลงจากรถแล้วเข้าซอยบ้ าน

จากที่เคยนั่งวินมอไซค์เป็นประจำ ก็เปลี่ยนมาเป็นลองเดินไปเรื่อย ๆ ดู ธรรมชาติบรรย ากาศ สองข้างทาง

ถือซะว่าเป็นการโอกาสสำรวจเส้นทางไปในตัว เผลอๆอาจได้เจอร้าน อ า หา ร อร่อย ๆ ร้านกาแฟวิวดีๆ

ทั้งยังประหยัดเงินค่าพี่วินได้ แถมยังได้เดินออกกำลังกายอีกต่างหาก

6. ห่อข้าวไปกินที่ทำงาน

ใครที่กำลังอย ากจะลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนลง ลองห่อข้าวไปกินที่ทำงานดูสิ รับรองว่าคุณจะมีเงินเก็บ

เพิ่มขึ้นอย่ างแน่นอน อาจจะเสี ยเวลานิดหน่อยแต่มันก็คุ้มค่านะ ไม่เพียงแค่ประหยัดเงินได้เท่านั้น แต่รสชาติ

อ า ห า รยังถูกปากเราด้วย เราสามารถครีเอทเมนูได้หลากหลายตามที่ตัวเองชอบ ซ้ำยังถูกและสะอาด

ถูกหลักอนามัยด้วย ไม่ต้องไปฝ่ าแดดฝ่ าลมเดินไปรอคิวซื้ออาหารตอนพักเที่ยงที่คนเยอะๆด้วย ยิ่งถ้าใคร

กำลังคุม อ า หา รเพื่อลดน้ำหนัก แล้วล่ะก็ การห่อข้าวไปกินเองเป็นตัวเลือกที่เยี่ยมสุด ๆ ไปเลย

7. ยกเลิกบั ตรสม าชิ กต่างๆที่เสียเงิน

ลองสำรวจตัวเองดูว่าคุณมีบัตรสมาชิกที่ต้องเสียเงิน หรือต่ออายุรายเดือนหรือรายปีหรือไม่ เช่น บัตรฟิตเนส

คลับต่าง ๆ คุณมีแต่คุณไม่มีเวลาไปใช้บริการหรือไปใช้มากสุดแค่เดือนละครั้งซึ่งน้อยมากๆ บางเดือนก็ไม่ได้

ไปเลย ถ้าเป็นแบบนี้แนะนำให้ไปยกเลิกออกก่อนดีกว่า เอาเงินตรงนั้นมาเป็นเงินเก็บ ดีกว่าคุณปล่อยให้เสียไปฟ รีๆ

ขอบคุณ k r u n g s r i

Load More Related Articles
Load More By kondee
Load More In ข้อคิดเตือนใจ

Check Also

ช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเรา มันก็เปรียบเสมือน “รถ 4 คัน”

ช่วงชีวิตที่ได้ผ่านมาของเรา มันก็เปรียบเสมือน “รถ … …